รายงานการสร้างกระบวนการรับรู้เกี่ยวกับนโยบายและผลงานของรัฐบาล ครั้งที่ 2
รายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 เวลา 20.15 น.โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
1. เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำและอุทกภัยที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพื่อแก้ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำ ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังได้มอบนโยบายเพิ่มเติม ในเชิงรุกให้มากขึ้น ประกอบด้วย การสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น ความเชื่อมโยงระบบทุกระบบ เช่น การเกษตร การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศน์ การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพราะเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ ข้าราชการ
ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ประสบปัญหาฝนตกมากกว่าปกติ การระบายน้ำ ระบบระบายน้ำยังแก้ไขไม่ได้ครบทั้งหมด ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการเร่งรัดระบายให้เร็วที่สุด และสิ่งสำคัญคือ การเก็บข้อมูล และรักษาสิทธิ์ ซึ่งทาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ต่าง ๆ ที่ใกล้ชิดประชาชน จะต้องเป็นหัวเรือให้กับประชาชน โดยไม่ให้เกิดการทุจริตเพื่อให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสในการแสวงหาประโยชน์จากความเดือนร้อนของประชาน
2. ในเรื่องการทำเกษตรแปลงใหญ่ การปลูกพืชเสริม หรือเปลี่ยนการปลูกพืชบ้าง ปลูกพืชผสมผสาน ที่เรียกว่าไร่นาสวนผสม หรือให้กำหนดพื้นที่ความเหมาะสมที่จะปลูกข้าว ให้สนับสนุนการปลูกข้าวที่มีคุณภาพ เป็นเกษตรอินทรีย์ หรือปลูกพืชชนิดใดก็ตามที่มีมูลค่า แลกเปลี่ยนกันได้คนนี้ปลูกข้าวไว้ แล้วเสริมด้วยอาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้ที่เพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องปลูกข้าวก็ตามกันไปหมดทุกคน อาจทำให้เวลาข้าวเสีย น้ำท่วมข้าว ฝนแล้ง ก็ไม่มีผลผลิตออกมา รัฐบาลต้องหาเงินจำนวนมากไปอุดหนุน ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ต้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ต้องช่วยตัวเองด้วยเช่นกัน
3. เรื่องการใช้เครื่องมือทันสมัย รัฐบาลจะหาแนวทางช่วยเหลือ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ถ้าให้ทุกพื้นที่มีความเท่าเทียมกันทั้งหมดคงยังไม่ได้ในตอนนี้ เพียงแต่ว่า อาจจะไปรวมเป็นพื้นที่ๆ ไป ในท้องถิ่นดูแลกัน ให้ไปแล้วซ่อมแซมกันเอง
4. เรื่องรายได้จากการเช่านา เมื่อข้าวเสียหาย ผู้ให้เช่านาไม่ควรไปเก็บ เพราะประชาชน การเกษตรที่เสียหายแล้วจะเก็บได้อย่างไร ในเมื่อเขาปลูกข้าวไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรเข้มแข็ง ไม่เช่นนั้น อาจทำให้ชาวเกษตรกรก่อหนี้สะสมเพิ่มขึ้น
5. เรื่อง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพเลี้ยงนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอขอบคุณนักกีฬา หน่วยงานส่วนราชการ และภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งเหรียญทั้งหมดที่ได้มามีจำนวน 18 เหรียญ มากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งตั้งไว้ก่อนไป ถือว่าได้มากที่สุดจากห้วงที่ผ่านมา รัฐบาลก็จะพยายามสนับสนุนดูแลให้มากขึ้นทั้งระบบ อย่างไรก็ตามต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ ปรับกฎหมาย แหล่งเงินที่มาต่าง ๆ สัดส่วนการดูแลทุกคน
/6. เรื่องขอแสดง...
-2-
6. เรื่องขอแสดงความยินดีกับคณะหุ่นละครเล็กนาฏยบูรพา (อาจารย์.เด่น หาเลิศ) ที่พาเยาวชนไทย อายุ 7 -25 ปี กว่า 30 คน ไปคว้ารางวัล Grand Prix “ชนะเลิศ” หุ่นโลกมาครองได้เป็นผลสำเร็จ จากเวทีการประกวด WORLD PUPPET CARNIVAL 2016 (หุ่นเชิดโลก) ซึ่งจัดขึ้น ในปลายเดือน กันยายน ที่ผ่านมา ณ เมืองวูช ประเทศโปแลนด์ ด้วยการแสดงในชื่อภาษาไทยว่า“หนึ่งในโลกา” ที่มีทั้งคติสอนใจ เป็นแบบอย่างในการเป็น“มนุษย์ที่สมบูรณ์” จะต้องประกอบด้วย ความกตัญญูรู้คุณ ความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย และมีความอดทนอดกลั้น ซึ่งเหมาะสมกับบ้านเราในเวลานี้กับโลกด้วย
ทั้งนี้ คณะหุ่นละครเล็กนาฎยบูรพา เป็นเพียงตัวแทน“หนึ่งเดียว” ของไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 54 ทีมสุดท้ายจากการคัดเลือก 900 ทีมทั่วโลก จำนวนมากก็น่าภูมิใจ เพื่อเข้าทำการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากนั้น เรายังได้รับเกียรติ ให้เป็นการแสดงหลัก ในการพิธีเปิดและปิดอีกด้วย เป็นที่น่าสนใจ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงการขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความสำเร็จของคนไทย และความสำเร็จของคณะนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ที่ผ่านมา ช่วงที่ผ่านมากีฬาเป็นสิ่งที่นำความสุขมาสู่สังคมไทย ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบ มีความรักความผูกพันกันมากขึ้น เราจะได้ประกาศศักยภาพของ “คนไทย” ในเวทีโลก ให้มากยิ่งขึ้นต่อไป
7. การปฏิรูปการจัดทำงบประมาณของประเทศ เพื่อเป็นการวางรากฐานของการบริหารประเทศ ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศใน “ระยะยาว” ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนปฏิรูป นโยบายรัฐบาลนี้ และต่อๆไป ตลอดจนแผนพัฒนาหลักอื่นๆ ของประเทศ ในการปฏิรูปงบประมาณของรัฐบาลนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
“ส่วนที่ 1” คือ การผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ (1) พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ (ฉบับใหม่) โดยสำนักงบประมาณ และ (2) พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ โดยกระทรวงการคลัง ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประเด็นที่สำคัญ มีดังนี้
- ประเด็นที่มาของงบประมาณรายจ่ายที่ต้องคำนึงถึงฐานะทางการคลังของประเทศ จะต้องพิจารณาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งความจำเป็นในการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลเร่งด่วน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุก 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐ “สูงสุด” มีประสิทธิภาพ โดยมี 4 หลักงานหลัก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังร่วมกันจัดทำงบประมาณประจำปี ทั้งนี้ ต้องมีการกำหนดนโยบายงบประมาณประจำปี ประกอบด้วย ประมาณการ “รายได้” และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ “รายจ่าย” ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง
- ประเด็นหน่วยรับงบประมาณซึ่ง “เพิ่มเติม” ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายได้“โดยตรง” เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ให้มากที่สุดนะครับ ไม่มีการรั่วไหล
/-ประเด็นการ...
-3-
- ประเด็นการจำแนกงบประมาณแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ งบประมาณFunction นะครับ คือตามภารกิจของหน่วยงานเดิม เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร และการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ
งบประมาณบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ตามนโยบายรัฐบาล อาทิเช่น ในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว – การค้ามนุษย์ - ยาเสพติด การพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย การยกระดับคุณภาพการศึกษาและให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ประชารัฐ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ที่ต้องนำสู่การผลิตและจำหน่าย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เหล่านี้เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น
นอกจากนั้นคือ งบประมาณบูรณาการเชิงพื้นที่ (Area based) ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องปรับนะครับ จากแผนงานเดิม ที่ผ่านมาเราทำมาตลอด บางอย่างก็ทำเสร็จแล้ว บางอย่างก็ยังทำไม่เสร็จ แต่พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อาจจะเคยทำถนน อาจจะต้องเป็นยกระดับ อาจจะต้องเป็นทางข้าม ทางลอด เหล่านี้ต้องปรับให้ทันสถานการณ์ วันนี้ รถมันติด การจราจรแออัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ในช่วงวันทำงานก็ตาม ในส่วนของ
งบกลาง มีไว้เพื่อให้เกิดความอ่อนตัว ในการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ภัยพิบัติอะไรต่างก็แล้วแต่ หรือเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็น ตลอดจน งบประมาณเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ อีกทั้งยังสามารถโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ “ข้ามหน่วยงาน” จากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานได้ ภายใต้แผนงานบูรณาการเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับหน่วยงาน - โครงการที่มีความพร้อม ก็จะได้ไม่เสียโอกาส
“ส่วนที่ 2” คือ การปฏิรูปการจัดทำงบประมาณ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย ทั้งหมด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ มีผลการเบิกจ่ายสูงถึงร้อยละ92.35 ในปีงบประมาณ 58 และร้อยละ 94.29 ในปีงบประมาณ 59 ซึ่ง “สูงกว่า” ปีงบประมาณ 56 และ 57 โดยการกำหนดให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณต้องมีการเตรียมความพร้อมการดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งระบบเก่า ระบบใหม่ มีการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเริ่มปีงบประมาณ 60 นี้ และปีต่อไป ซึ่งอาจจะทำให้เราสามารถเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้น อาจจะทำได้ในไตรมาสแรก ไตรมาส2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ตามลำดับ ไม่เช่นนั้นจะไปกองอยู่ไตรมาส 4 ทั้งหมด
การปฏิรูปงบประมาณดังกล่าวมาข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ความจริงใจ จากทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหาร ตามลำดับชั้นลงมา ประธานบอร์ด บอร์ดกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ต้องร่วมกันดำเนินการและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนปฏิรูป นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาหลักอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนเกี่ยวกับด้านความมั่นคง แผนแก้ปัญหาภาคใต้ อะไรเหล่านี้ จะต้องเชื่อมโยงกันให้ประสบความสำเร็จ และแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้อย่างยั่งยืน ประเทศก็จะมีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้ง และมีความมั่นคง เสริมสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำที่ว่าทางสังคม
/ประเทศไทย…
-4-
ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นอันนี้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรเราจะลดความเหลื่อมล้ำให้ได้มากที่สุด พัฒนาศักยภาพคน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทุกด้านให้กับคน ให้กับประเทศเพื่อสร้างรายได้ มีการเสริมสร้างการเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่ดีพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เราไปทำเกษตรอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำอุตสาหกรรมด้วยแต่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องจริงจังในการตรวจสอบ ในการอนุมัติ ในการไปติดตามผลประกอบการ การปล่อยน้ำเสีย ปล่อยอากาศเป็นพิษ อะไรเหล่านี้ ผมจะไล่ทั้งหมดในปีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการตรวจสอบ ถ้าบกพร่องขึ้นมาผมก็จะต้องลงโทษ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนทำงานให้เต็มที่ในปีที่เราจะส่งผ่านหรือเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ให้เกิดความยั่งยืนขึ้น
8. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้จัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปี ของตนเองที่ว่าคือ เป็นเหมือนแผนแม่บทด้วย แล้วทำแผนรายปีและ 5 ปี ซึ่งทำให้รัฐบาลชุดต่อไป ได้มีกรอบเพื่อใช้บริหารจัดการภาพรวมได้อย่างเหมาะสม เอกชนก็จะเกิดความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและสำหรับในเรื่องการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและเอกชน ที่รัฐบาลสนับสนุน ซึ่งมีเรื่องที่สำคัญดังนี้
- ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในและภายนอกประเทศ เสถียรภาพ ความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย กฎระเบียบ ความทันสมัยเป็นสากล แรงจูงใจ
- ผลประโยชน์ตอบแทนที่ต้องได้รับ
- อนาคตของการลงทุนระยะยาว ถ้าลงทุนมาก ๆ ไปแล้ว ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงว่าลงทุนไปแล้วจะไปขายใคร ถ้าขายไม่ออก สถานการณ์ภายนอกประเทศ หรือในประชาคมอื่น ๆ
9. การจะผลักดันให้เกิดธุรกิจ Start Up คือ SMEs ขั้นต้นนี้คือคนเดียวก็ได้จดทะเบียนขึ้นมา แล้วตัวเองก็พัฒนาด้วยสติปัญญาของตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตรงนี้มา ก็จะเกิด SMEs สองอันขึ้นมา อันแรกของเดิม อันใหม่คือ Start Up ก็เป็น SMEs แล้วขึ้นไปสู่ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ต่อไปข้างหน้า และทำอย่างไรจะเชื่อมทั้ง 2 ทาง ทั้งข้างบน ตรงกลาง ข้างล่าง จะเกิดเป็น 2 เท่า 3 เท่าขึ้นมา จะเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศของเรา ผลิตของเราให้มีราคาสูงขึ้นเพื่อการค้าขายของเรากันเอง คนไทยก็จะได้ใช้ของให้ถูกลง และอีกส่วนหนึ่งก็ส่งออกไปแข่งขันกับเขาได้ ภายนอกประเทศ เช่น ยาง เช่น ข้าว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องสร้างธุรกิจแบบนี้ขึ้นมาใหม่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้สมอง ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์ในเชิงธุรกิจต่อเนื่องไปด้วย เรียกว่าธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะ ทำข้าวได้ข้าว ทำยางได้ยาง ไม่ใช่ ต้องเกิดกระบวนการอีกเยอะแยะไปหมด งานก็สร้างมากขึ้นการลงทุนดังกล่าว ต้องใช้เวลาใช้งบประมาณจำนวนมาก อาจจะต้องมีการกู้เงินทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ก็ต้องดูว่าสถานการณ์เราดีพอหรือยัง ไม่อย่างนั้นแหล่งเงินเขาก็ไม่ให้กู้ ถ้าบ้านเมืองยังสับสนวุ่นวาย อลหม่าน ว่ากันไปว่ากันมาอยู่แบบนี้ เราต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วยสถานการณ์ภายในประเทศ จำนวนหนี้ที่รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจต้องรับผิดชอบ ว่าไปกู้มาแล้วคุ้มทุนหรือไม่ ถ้าทุกคนต้องการ นักลงทุนก็มากแต่ไม่มีเงินผ่อนชำระเขาจะทำอย่างไร หนี้สาธารณะก็สูงขึ้น บางกลุ่มก็ว่ากล่าวไปมาอาจจะด้วยบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ขอให้เข้าใจตามนี้แล้วกัน แต่ใครจะว่าผมก็ได้อยู่แล้วผมก็รับฟังหมดอยู่แล้ว
/แต่มีคน…
-5-
แต่มีคนจำนวนมาก มีนักธุรกิจจำนวนมากสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ เพราะเราเองเป็นประเทศที่ทำการค้าแบบเสรี เขาต้องมีกระบวนการและวิธีคิด อย่าคิดเอง คำนึงถึงผลกำไรบ้าง ผลประโยชน์บ้างเพื่อคำนวณความคุ้มค่าบ้าง ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล บุคคล และก็ผู้ถือหุ้นทั้งหมด
10. เรื่องระบบเศรษฐกิจใหม่ ผมพูดมาหลายครั้งแล้วNew S-Curve และ S -Curve เดิม 5 อย่างเก่า 5 อย่างใหม่ ทำให้พัฒนาให้มากขึ้นไปสู่ความทันสมัยให้มากขึ้น เพราะวันหน้าแรงงานอาจจะลดลง จะไปเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนเครื่องจักรไปทำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ดึงดูดใจไปแข่งขันกับเขาได้ ไม่ใช่มีแต่ของเดิม ๆ ทำไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นนี่คือของเก่าพูดง่าย ๆ ของใหม่ที่ผมพูดเมื่อสักครู่ มี Start Up SMEs มีขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ต้องสร้างเถ้าแก่ขึ้นมาใหม่อีกแท่งหนึ่ง
เพราะฉะนั้นการจ้างงานก็จะเป็น 2 เท่า 3 เท่า หรืออาจจะจ้างงานลดลง แต่เป็นการสร้างธุรกิจเชื่อมโยงทางดิจิทัล ทางค้าขาย E-Commerce บ้างอะไรบ้าง การเงินการคลังการธนาคารแบบใหม่ เหมือนที่ต่างประเทศเขาทำที่เรียกว่าฟินเท็ค (Fin Tech-Financial Technology) ลองไปดูก็แล้วกัน เราต้องปรับกฎระบบกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นสากลตั้งแต่วันนี้ ก็เพียงแต่ว่าขอความเข้าใจ แน่นอนมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกเยอะ เพราะถ้าเราคิดใหม่ทำใหม่ต้องมีความแตกต่างทางความคิด แต่ผมว่าอดทนนะ แต่อยากให้ทุกคนที่พอจะเข้าใจหรือเข้าใจมากก็ช่วยกันอธิบายหน่อยก็แล้วกัน มันอยู่ที่เดิมไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าทำแบบเดิมก็อยู่ที่เดิม
11. การบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษก็ตาม มิได้เป็นการบังคับผู้คน หรืออยากจะมีอำนาจในการใช้กฎหมายไปทำร้ายคนหรือไปละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่รัฐบาลจะปรับปรุง แก้ไข ให้สอดคล้องกับประเทศของ ประชาชนต้องคำนึงถึงสถานการณ์ของประเทศ ความขัดแย้งยังมีอยู่หรือไม่ มีผู้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์อยู่หรือไม่ ขณะเดียวกันมีคนที่หวังดีอยากให้บ้านเมืองสงบสุข อยากให้มีการปฏิรูป ซึ่งรัฐบาลและ คสช. ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้นอีก อาจทำให้ฟื้นฟูประเทศไม่ได้ ปฏิรูปประเทศไม่ได้ เรื่องกรณีหากมีการเคลื่อนไหวของชาวต่างประเทศคนใดในประเทศไทย ในการที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศอื่น ๆ เขา เป็นหลักการของอาเซียน ว่าเราจะไม่ให้ดินแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียน เป็นที่เคลื่อนไหวของการต่อต้านประเทศในประเทศของเราของพวกเรา เป็นหลักการสำคัญขอให้เข้าใจ ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน
12. การเรียนรู้ของประชาชน เพื่ออนาคตของประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ หากมีคนบางกลุ่มที่คอยสร้างแต่ความสับสน ไร้หลักการ มองทุกทางออกมีแต่ปัญหา จับผิดจับถูก แล้วก็ไม่ช่วยแนะนำ ไม่เคยหาทางออกให้แก้ปัญหาได้ ต้องการเอาชนะ-แพ้กันอย่างเดียว รัฐบาลประเทศชาติแพ้ ประชาชนตายบาดเจ็บสูญเสีย ยากจนไม่สนใจ ไม่มองอนาคต ไม่มองให้มันไกล คิดให้ไกลมองให้ไกลแล้วทำให้ไกล ๆ ด้วย อย่ามองแต่ส่วนตน มองภาพรวมเหมือนรัฐบาล ที่ผมกำลังมองอยู่วันนี้คือดูแลทุกคนทุกกลุ่ม ทั้ง 70 ล้านคนให้มีความสุข มากบ้างน้อยบ้างตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำอย่างไรให้มันสูงขึ้นให้มันเร็วขึ้น รัฐบาลต้องการสร้างความยั่งยืน ไม่ต้องการดำเนินนโยบายสาธารณะ หรือเป็นคะแนนเสียงที่ทุกคนต้องมารักผมทั้งประเทศ คงไม่ใช่แบบนั้นนะ ผมหวังเพียงให้ประเทศชาติดีขึ้นในวันนี้และวันหน้า และวันต่อ ๆ ไปจากรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ไม่อยากสร้างหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนก็กำลังสำรวจอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร จะบรรเทาหนี้อย่างไร จะยกหนี้ก็คงไม่ได้ จะบรรเทากันได้อย่างไร แล้วก็มาดูสิว่าหนี้ที่มีอยู่เป็นหนี้อะไร หนี้ที่เกิดจากความจำเป็น หรือเป็นหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว หรือหนี้ที่ไม่มีมูลค่า ซื้อรถ ซื้อบ้าน อะไรเหล่านี้ก็คือหนี้ทั้งนั้น
/แต่ถ้าเอา...
-6-
แต่ถ้าเอาตัวเลขมารวมหนี้คือหนี้ครัวเรือน ดูหนักหนาสาหัสกว่า 70% เมืองนอกเขาเป็นหนี้ครัวเรือนกันตั้ง 90% แต่ของเขามีมูลค่า ของเราไปดูสิมูลค่ามีจริงหรือเปล่า บางทีก็ไปซื้อของที่ไม่จำเป็นมาแล้วก็ไปผ่อนชำระเขา นั่นแหละคือที่เรียกว่าหนี้ครัวเรือนที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีมูลค่า ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก็เป็นปัญหาถาวร แล้วก็รัฐบาลเข้ามาช่วย ๆ เอาเงินอุดเข้าไป เอาเงินยกหนี้เข้าไป แล้วเงินก็ไปหมด อย่างที่ผมพูดไปทั้งหมดไม่เกิดทั้งสิ้น เราก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันถ้าเราไม่มีความรู้
13. ภาพถนนน้ำขังที่แม่ละมาดจังหวัดตาก ได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว ใช้เวลาซ่อมแซม 3 วัน พอรู้เรื่องก็ซ่อม 3 วันก็เสร็จแล้ว ขออย่าให้ใช้วิธีการเหล่านี้อีกต่อไปเลยนะครับ ผมรับฟังเสมอผมย้ำไปแล้วว่าศูนย์ดำรงธรรมจะต้องเป็นผู้ที่อย่าให้เรื่องเหล่านี้หลุดมาถึงรัฐบาล เป็นเรื่องที่แก้ง่ายนิดเดียวกับงบประมาณหลาย ๆ อย่าง ทำได้อยู่แล้ว ทำไม่ได้รัฐบาลก็ขอขึ้นมา มหาดไทยก็พร้อมที่จะให้ใช้งบท้องถิ่นได้ งบสะสมได้อะไรได้ แต่ท่านไม่ทำกัน ชาวบ้านไปร้องเรียนก็เดือดร้อนก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ซึ่งถนนทั่วประเทศมี 3 หน่วยงานหลักรับผิดชอบ อันแรกคือ กรมทางหลวง รับผิดชอบทางหลวงพิเศษ – ทางหลวงแผ่นดิน– ทางหลวงสัมปทาน (รวมเกือบ 7 หมื่นกิโลเมตร) สำหรับกรมทางหลวงชนบท รับผิดชอบทางหลวงชนบท (รวมเกือบ5 หมื่นกิโลเมตร) และในกรณีที่เกิดขึ้นที่แม่ละมาดเป็นทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตากดูแล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ มีงบประมาณเป็นของตนเอง อาจจะพอหรือไม่ คงมีแต่เห็นอ้างว่าไม่พอ แต่ท่านต้องไปจัดลำดับการใช้จ่ายที่สำคัญของท่านที่มีอยู่แล้วเดิม อะไรลำบากก่อน แก้ก่อน
14. เรื่องการเป็นหูเป็นตาของประชาชน ผมขอบคุณครับที่ทุกคนติดตามการทำงานของรัฐบาลอะไรที่ถูกที่ผิด แต่ก็ขอให้ตรวจสอบด้วยครับว่ามีข้อมูลจริง ๆ หรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะป้ายกันไปป้ายกันมาทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของหลักการ เรื่องของเหตุผล เรื่องของระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ มันใช้ความรู้สึกมากไม่ได้หรอกนะครับ ผมขอให้ทุกคนได้เข้ากลไกการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรม ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างยิ่ง ให้ทุกคนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ไปดูว่าจะคุยกับใครแจ้งกับใครที่ไหน ไม่ใช่ว่าไปพูดลอย ๆ แล้วเขาไม่มาทำสักที แล้วก็ออกสื่อมันก็บานปลายไปทั้งหมด
สิ่งที่รัฐบาลและ คสช. ได้เขียนกฎระเบียบ คำสั่ง ที่ผ่านมา ทั้งพิเศษหรือไม่พิเศษก็ตาม เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ประเทศไทย ตกอยู่ในที่เรียกว่าทศวรรษที่หายไป ว่างเปล่า เหมือนประเทศไทยที่ไม่มีตัวตน 10 ปีที่ผ่านมา เพราะทะเลาะและขัดแย้งมากมาย การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยนั้นเขาเรียกว่าทศวรรษที่หายไป ไร้ค่า เกิดจากการพัฒนาอ่อนแอ ขัดแย้ง ผมก็ไม่ยอมที่จะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะร่วมทำกับผมไหม ถ้าไม่ร่วมทำกับผมก็รอรัฐบาลหน้าก็รอรัฐบาลต่อไปก็แล้วกัน รัฐบาลบังคับท่านไม่ได้อยู่แล้ว รัฐบาลไม่อยากให้ทุกอย่างกลับมาทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป